การทำความสะอาดพื้นที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เศษใบไม้ หรือแม้แต่การไล่น้ำออกจากพื้นผิวรถยนต์หลังล้างเสร็จ เป็นงานที่หากใช้แรงกายเพียงอย่างเดียวอาจกินเวลาค่อนข้างนาน ทำให้ปัจจุบันหลายคนจึงเลือกใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างเครื่องเป่าลมเป็นตัวช่วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องมือช่าง หรือค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต คุณจะพบกับทางแยกระหว่าง เครื่องเป่าลมไฟฟ้า (แบบมีสาย) และ เครื่องเป่าลมไร้สาย (แบบใช้แบตเตอรี่)

ในบทความนี้ SGB จะพาคุณไปเจาะลึกการใช้งานเครื่องเป่าลมทั้ง 2 รูปแบบ และรูปแบบงานที่เหมาะสม รวมถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
เครื่องเป่าลม คืออะไร?
เครื่องเป่าลม คือ เครื่องมือช่างที่ออกแบบมาเพื่อสร้างกระแสลมที่มีความเร็วสูงและปริมาณลมที่มากพอในการเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักเบา หรือไล่ความชื้นออกจากพื้นผิว โดยอาศัยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าในการหมุนใบพัดด้วยความเร็วรอบที่สูงมากในระดับ 14,000 ถึง 15,000 รอบต่อนาที เพื่อดูดอากาศจากช่องนำเข้าอากาศ (Air Intake) และเป่าอากาศออกผ่านท่อส่งลมด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
แต่สิ่งที่ทำให้เครื่องเป่าลมแตกต่างจากพัดลมทั่วไปคือ “แรงดันลม” และ “การควบคุมทิศทางลม” ในขณะที่พัดลมทั่วไปเน้นการกระจายลมกว้างเพื่อการระบายอากาศ แต่เครื่องเป่าลมถูกออกแบบมาให้รีดอากาศผ่านท่อที่แคบลง เพื่อเพิ่มความเร็วลมให้สูงที่สุด และรวมมวลอากาศให้พุ่งไปในทิศทางเดียวอย่างแม่นยำ
ดังนั้น ในทางเทคนิคประสิทธิภาพของเครื่องเป่าลมจึงจะวัดจาก ปริมาณลม (Air Volume) มักมีหน่วยเป็น CFM (Cubic Feet per Minute) หรือลูกบาศก์เมตรต่อนาที ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงปริมาณของอากาศที่ออกมา ยิ่งมากยิ่งกวาดขยะกองใหญ่ได้ดี
และในบางกรณีคุณต้องการใช้เครื่องเป่าลมในการเป่าเศษวัสดุที่ติดแน่น อาจจะต้องดูความเร็วลม (Air Speed) ประกอบ ซึ่งมีหน่วยเป็น m/s (เมตรต่อวินาที) หรือ km/h ที่บอกถึงความแรงในการพุ่งชนยิ่งมากยิ่งสามารถงัดเศษวัสดุที่ติดแน่นหรือมีน้ำหนักได้ดี
งานแบบไหนที่ต้องการเครื่องเป่าลม
หลายคนเข้าใจว่าเครื่องเป่าลมคือเครื่องมือที่มีไว้สำหรับงานสวน โดยเฉพาะกับการเป่าใบไม้เท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงการใช้งานเครื่องเป่าลมมีประโยชน์ครอบคลุมตั้งแต่งานช่าง งานทำความสะอาดบ้าน ไปจนถึงงานดูแลรักษารถยนต์ ซึ่งถ้าหากคุณมีงานลักษณะต่อไปนี้ เครื่องเป่าลมคือเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคุณ
- งานทำความสะอาดโรงงานและพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อจัดการกับฝุ่นผงออกจากพื้นที่ทำงานในงานไม้หรือการเจาะผนังคอนกรีต การเป่าฝุ่นออกจากเครื่องจักรและเครื่องมือช่าง รวมถึงการเป่าแบบหล่อคอนกรีตก่อนการเทปูน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเศษขยะตกค้างอยู่ภายในแบบ
- การดูแลรถยนต์ โดยการใช้เครื่องเป่าลมไล่น้ำตามซอกมุม ซึ่งช่วยลดปัญหาการเกิดรอยขนแมวและรอยขีดข่วน เพราะไม่มีการสัมผัสกับผิวของรถโดยตรง
- งานสวนและการจัดการภูมิทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องเป่าลมช่วยรวมกองใบไม้ให้เป็นจุดเดียวเพื่อให้เก็บทิ้งได้ง่ายขึ้น หรือใช้เป่าไล่น้ำขังบนพื้นทางเดินหลังฝนตกเพื่อลดตะไคร่น้ำและความลื่น
- งานบำรุงรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์มีฝุ่นเกาะหนาจะทำให้มันระบายความร้อนได้แย่ลง ทำงานช้าลง หรือเกิดความเสียหาย การใช้เครื่องเป่าลมเป่าไล่ฝุ่นออกจากฮีทซิงค์และพัดลมระบายอากาศ เป็นวิธีทำความสะอาดที่ประหยัดกว่าการซื้อกระป๋องอัดลมในระยะยาว
- งานทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ช่างแอร์มักใช้เครื่องเป่าลมในการเป่าไล่ความชื้นหลังจากล้างแอร์เสร็จ เพื่อให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ แห้งสนิทก่อนประกอบกลับและเปิดใช้งาน ป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้นจากการที่แผงคอยล์เย็นแห้งไม่สนิท
เครื่องเป่าลมไร้สาย vs เครื่องเป่าลมไฟฟ้า แบบไหนเหมาะกับงานของคุณ
เมื่อเข้าใจหลักการทำงานและประโยชน์ของมันแล้ว มาถึงประเด็นสำคัญที่สุดคือการเลือก “แหล่งพลังงาน” ปัจจุบันตลาดเครื่องมือช่างแบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจน คือ เครื่องเป่าลมไฟฟ้า ที่ต้องเสียบปลั๊ก และ เครื่องเป่าลมไร้สาย ที่ใช้แบตเตอรี่ ทั้งสองแบบมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการเลือกผิดอาจทำให้การทำงานของคุณสะดุดหรือไม่สะดวกเท่าที่ควร
เครื่องเป่าลมไฟฟ้า
เครื่องเป่าลมไฟฟ้าเป็นเครื่องเป่าลมรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้พลังงานจากการเสียบปลั๊กไฟบ้านโดยตรง (220V) ทำให้เครื่องเป่าลมไฟฟ้ายังเป็นตัวเลือกที่ยังคงได้รับความนิยมสูงในกลุ่มช่างและผู้ใช้งานทั่วไปด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและพลัง
ข้อดีของเครื่องเป่าลมไฟฟ้าคือพลังงานที่ไม่มีวันหมดตราบใดที่คุณมีไฟฟ้าเข้าถึง คุณสามารถใช้ต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดหรือกำลังตก มอเตอร์สามารถทำงานที่รอบสูงสุดได้ตลอดเวลา ทำให้ได้แรงลมที่เสถียรมาก นอกจากนี้ ด้วยการที่มันไม่ต้องมีแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ ทำให้ตัวเครื่องมักจะมีน้ำหนักเบากว่าเมื่อเทียบกับแบบไร้สายที่มีกำลังเท่ากัน และที่สำคัญที่สุดคือราคามักจะถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ
เครื่องเป่าลมไฟฟ้า รุ่น B328 SUMO
ความเร็วรอบสูงสุด 16000RPM ปริมาณลม 3.2 m³/min เเรงดันลม 5.5 kPa
แน่นอนว่าข้อจำกัดของการใช้งานเครื่องเป่าลมไฟฟ้าที่มีสายจึงเป็นเรื่องของความอิสระในการใช้งาน ที่คุณจะถูกจำกัดระยะการทำงานด้วยความยาวของสายไฟ โดยเฉพาะกับการใช้งานในที่สูงหรือซอกมุมที่ทำได้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร
เครื่องเป่าลมไร้สาย
เครื่องเป่าลมไร้สายเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงและเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเครื่องมือช่างไร้สายอื่น ๆ จากการที่มอเตอร์ไร้แปรงถ่านและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันมีประสิทธิภาพทัดเทียม (หรืออาจเหนือกว่าในบางรุ่น) เครื่องมือช่างไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก
ข้อดีของเครื่องเป่าลมไร้สาย แน่นอนว่าเป็นเรื่องของความอิสระในการใช้งานที่คุณสามารถหยิบเครื่องเป่าลมไปใช้งานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบนหลังคา หรือในไซต์งานก่อสร้างที่ยังไม่มีการเดินระบบไฟฟ้าโดยไม่ต้องกังวล รวมถึงความสะดวกในการดูแลรักษาตัวเครื่องที่สะดวกกว่าเนื่องจากไม่ต้องคอยเปลี่ยนแปรงถ่านเหมือนมอเตอร์รุ่นเก่า
ในขณะที่ข้อจำกัดของเครื่องเป่าลมไร้สายคือราคาที่มักจะสูงกว่าเครื่องเป่าลมไฟฟ้าแบบมีสาย โดยเฉพาะบางรุ่นที่ต้องซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์จแยกที่ทำให้ราคากระโดดไปไกลยิ่งขึ้นอีก ส่วนข้อจำกัดที่ 2 คือการที่เครื่องเป่าลมเป็นเครื่องมือที่กินกระแสไฟสูงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเครื่องมือช่าง แบตเตอรี่ 4.0Ah บางรุ่นสามารถหมดได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
เครื่องเป่าลมไร้สาย 18V รุ่น CB327 SUMO ความเร็วรอบสูงสุด 18,000 รอบ/นาที ปริมาณลม 2.7m³/min
มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Li-ion 18V 4.0Ah ที่ทำงานได้ต่อเนื่องถึง 100 นาทีเมื่อชาร์จเต็ม
ตอนนี้คุณน่าจะเข้าใจแล้วว่าการเลือกซื้อเครื่องเป่าลมไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับบริบทหน้างานของคุณเป็นหลักไม่ต่างกับการเลือกซื้่อเครื่องมือช่างอื่น ๆ
หากคุณเน้นความประหยัด ใช้งานอยู่กับที่ เช่น ในโรงรถหรือโต๊ะทำงานช่าง และต้องการลมแรงสม่ำเสมอโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟเครื่องเป่าลมไฟฟ้าคือคำตอบที่คุ้มค่า
ในทางกลับกัน หากงานของคุณต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา ต้องการความสะดวก และคุณมีงบประมาณที่ยืดหยุ่น เครื่องเป่าลมไร้สายคือการลงทุนที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของคุณได้อย่างสิ้นเชิง เพราะความคล่องตัวที่คุณได้กลับมาจะช่วยประหยัดเวลาและลดความหงุดหงิดในการทำงานได้อย่างมหาศาล
ข้อแนะนำสุดท้ายก่อนตัดสินใจคือ ให้ตรวจสอบระบบแบตเตอรี่ (Battery Platform) ของเครื่องมือที่คุณมีอยู่แล้ว หากคุณมีสว่านไร้สายยี่ห้อหนึ่งอยู่ การซื้อเครื่องเป่าลมไร้สายที่ใช้แบตเตอรี่ร่วมกันได้จะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าแบตเตอรี่ได้ และทำให้การบริหารจัดการพลังงานในคลังเครื่องมือของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเช่นเครื่องเป่าลมไร้สาย SUMO ทุกรุ่นที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ร่วมกันได้กับเครื่องมือช่างไร้สายอื่น ๆ ของ SUMO อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือไร้สายแบรนด์อื่น ๆ ที่มีชนิดขั้วแบตเตอรี่แบบเดียวกันได้อีกด้วย















