การอยู่อาศัยในบ้านหรือคอนโดมิเนียมย่อมหนีไม่พ้นความเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามกาลเวลา การจะเรียกช่างเข้ามาซ่อมแซมทุกครั้งที่ก๊อกน้ำหลวม หรือน็อตขาโต๊ะคลายตัว อาจเป็นการสิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลาโดยใช่เหตุ การมีทักษะงานช่างพื้นฐานติดตัวและมีเครื่องมือช่างที่เหมาะสมเตรียมพร้อมไว้ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เครื่องมือช่าง 10 ชนิด ที่คัดมาแล้วว่ามีความจำเป็นที่สุดสำหรับงาน DIY สามัญประจำบ้าน โดยเน้นเจาะลึกรายละเอียดเพื่อให้คุณเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า และใช้งานได้จริงตามหลักมาตรฐานความปลอดภัย
1. สว่าน
สว่านมักเป็นคำตอบแรก ๆ เมื่อต้องเลือกเครื่องมือช่างไฟฟ้าเข้าบ้าน เพียงแต่สว่านนั้นมีให้เลือกใช้มากกว่า 10 ประเภท ผู้ใช้งานจึงมักเลือกผิดประเภท ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเจาะไม่เข้าหรือหัวน็อตเสียหาย โดยการเลือกสว่านต้องดูจากลักษณะงานที่คุณจะทำเป็นหลัก
- สว่านไฟฟ้า (ธรรมดา) เป็นสว่านแบบมีสายที่ถือว่าเป็นสว่านแบบพื้นฐานที่สุดและมีราคาไม่แพง ซึ่งมันทำงานโดยหมุนเจาะเพียงอย่างเดียว จุดเด่นอยู่ที่ความนิ่งและความแม่นยำ เหมาะกับงานละเอียดและวัสดุที่ไม่แข็งจนเกินไป
- สว่านไขควง เหมาะสำหรับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ งานเจาะไม้ เจาะเหล็กบาง ๆ หรือพลาสติก จุดเด่นคือมีระบบปรับแรงบิดเพื่อป้องกันไม่ให้น็อตจมลึกเกินไปหรือทำลายชิ้นงาน แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถเจาะปูนหรืออิฐได้
- สว่านกระแทก เป็นสว่านรุ่นอัปเกรดขึ้นมาอีกขั้น ลักษณะภายนอกคล้ายสว่านไขควง แต่มีโหมดรูปค้อนที่เป็นโหมดกระแทกเพิ่มเข้ามา มีกลไกในการสร้างแรงกระแทกไปข้างหน้าพร้อมกับการหมุน ใช้เจาะอิฐมอญ อิฐบล็อก หรือผนังปูนฉาบทั่วไปได้ในระดับเบื้องต้น
- สว่านโรตารี่ คือสว่านสำหรับงานเจาะปูนและคอนกรีต หากคุณอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านจัดสรรที่ทำจากผนังพรีคาสท์ ซึ่งมีความแข็งสูงมาก สว่านกระแทกธรรมดาอาจเจาะไม่เข้าหรือใช้เวลานานจนดอกสว่านไหม้ แต่สว่านโรตารี่ใช้ระบบลูกสูบกระแทกที่มีแรงสูงกว่ามาก สามารถเจาะคอนกรีตแข็งได้เหมือนเจาะเนย และยังมีโหมดสกัดทำลายปูนได้ด้วย หากคุณคิดจะเจาะผนังแขวนทีวีหรือตู้ลอยหนัก ๆ ควรข้ามมาซื้อสว่านโรตารี่ติดบ้านไว้
และเมื่อคุณเลือกประเภทสว่านที่จะใช้ได้แล้ว ลำดับต่อมาคือการเลือกระหว่างสว่านมีสายกับสว่านไร้สาย ซึ่งพิจารณาได้จากลักษณะของงานว่าต้องการความคล่องตัวที่ไม่มีสายเกะกะมากแค่ไหน และระดับกำลังของสว่านที่ต้องการเมื่อเทียบกับงบประมาณ
2. ไขควงกระแทก
ไขควงกระแทก เป็นเครื่องมือช่างที่ออกแบบมาเพื่อขันน็อตโดยเฉพาะด้วยการสร้างแรงบิดมหาศาลผ่านการกระแทกในทิศทางหมุน (ไม่ได้กระแทกไปข้างหน้าเหมือนสว่านเจาะปูน)
ไขควงกระแทก จะจำเป็นสำหรับงานที่คุณต้องขันน็อตเกลียวปล่อยตัวยาว ๆ เข้าไปในเนื้อไม้แข็ง หรือยิงน็อตเมทัลชีท หากใช้สว่านธรรมดา แรงบิดอาจไม่พอจนข้อมือเราบิดตาม หรือหัวน็อตอาจรูดเสียได้ง่าย แต่ไขควงกระแทกจะค่อย ๆ ตอกย้ำให้น็อตหมุนเข้าไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่ทำร้ายข้อมือผู้ใช้

ไขควงกระแทกไร้สาย 2 หุน รุ่น IS1601 SUMO
หากคุณชอบงาน DIY ประเภทงานไม้ งานทำระแนง หรือต้องประกอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ ไขควงกระแทกจะช่วยทุ่นแรงและเวลาได้มากกว่าสว่านธรรมดาหลายเท่าตัว
3. ค้อน
ค้อน เป็นเครื่องมือช่างสามัญประจำบ้านที่ทุกคนควรมีติดเอาไว้ เพียงแต่เราแนะนำให้เลือกค้อนที่เหมาะสมกับงาน เพราะการเลือกค้อนผิดประเภทอาจทำให้ชิ้นงานเสียหายได้
- ค้อนหงอน/ค้อนด้ามเหล็ก เป็นค้อนมาตรฐานที่เราพบได้ทั่วไป หัวค้อนทำจากเหล็กกล้า ด้านหน้าใช้ตอกตะปู ด้านหลังเป็นหงอนไว้ใช้งัดตะปู เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง งานไม้ หรืองานซ่อมแซมทั่วไปที่ต้องการแรงกระแทกสูง ควรเลือกด้ามที่จับถนัดมือ มีวัสดุกันลื่น และน้ำหนักหัวค้อนอย่างน้อย 16 ออนซ์
- ค้อนไนล่อน/ค้อนยาง ใช้สำหรับงานประกอบเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์ หรือการเคาะชิ้นงานให้เข้าที่โดยไม่ต้องการให้พื้นผิวเป็นรอย เพราะหากคุณใช้ค้อนเหล็กเคาะตู้ไม้ปาติเคิล ผิวไม้จะบุบเสียหายทันที แต่หัวค้อนไนล่อนจะมีความนุ่มนวลกว่า ช่วยส่งแรงกระแทกได้ดีโดยไม่ทำลายผิววัสดุ
4. เลื่อย
เลื่อย เป็นอีกอุปกรณ์ช่างพื้นฐาน เพราะงานตัดเป็นอีกหนึ่งงานพื้นฐานที่ยากจะหลีกเลี่ยง แม้ปัจจุบันจะมีเลื่อยไฟฟ้ามากมาย แต่สำหรับงานซ่อมแซมเล็กน้อย เลื่อยมือคุณภาพดียังคงมีความสำคัญ (และเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่)
หากต้องการเลื่อยที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด แนะนำให้ซื้อเลื่อยตัดเหล็กติดบ้านไว้ เพรามันสามารถใช้ตัดท่อ PVC ท่อประปา น็อตสกรูที่ยาวเกิน หรือแม้แต่ตัดไม้ชิ้นเล็ก ๆ ได้ในยามจำเป็น
แต่ถ้าหากเน้นไปที่งานไม้ หากต้องการความสวยงามและรวดเร็ว แนะนำเลื่อยลันดาที่ฟันเลื่อยมีความคมมากกว่า กินเนื้อไม้ได้เร็ว และสำหรับผู้ที่มีงบประมาณและชอบงาน DIY จริงจัง อาจพิจารณาเลื่อยจิ๊กซอว์เป็นเครื่องมือไฟฟ้าเพิ่มเติม เพราะสามารถเปลี่ยนใบเพื่อตัดได้ทั้งไม้ เหล็ก พลาสติก และสามารถตัดเป็นแนวโค้งได้ ซึ่งช่วยให้การสร้างสรรค์ชิ้นงานทำได้หลากหลายกว่าเลื่อยมือ
5. บล็อกไฟฟ้า
บล็อกไฟฟ้า (แบบมีสาย) และ บล็อกไฟฟ้าไร้สาย คือเครื่องมือสำหรับงานถอดและขันน็อตตัวใหญ่โดยเฉพาะ มีหน้าตาคล้ายสว่านแต่หัวจับเป็นแกนสี่เหลี่ยมสำหรับใส่ลูกบล็อก จำเป็นสำหรับคนที่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ การมีบล็อกไร้สายติดบ้านช่วยให้คุณสามารถถอดล้อรถเพื่อสลับยาง หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ถอดน็อตถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงขันจนหน้าดำหน้าแดง
ปัจจุบันบล็อกไฟฟ้าไร้สายได้รับความนิยมมากกว่าบล็อกไฟฟ้าแบบมีสาย เนื่องจากความสะดวกในการนำไปใช้งานที่ลานจอดรถหรือนอกสถานที่ แบตเตอรี่รุ่นใหม่ ๆ ให้กำลังไฟสูงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีแรงบิดอย่างน้อย 300 Nm ขึ้นไปสำหรับการถอดล้อรถเก๋งหรือรถกระบะทั่วไป

บล็อกไร้สาย 16V 2in1 รุ่น IW1604 SUMO บล็อกแบตเตอรี่ 16V
6. ประแจ
แม้จะมีบล็อกไฟฟ้าแล้ว แต่ประแจมือก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่แคบ ๆ หรือน็อตขนาดเล็กการซื้อประแจควรซื้อเป็นชุดประแจเพื่อให้ครอบคลุมขนาดน็อตมาตรฐาน (เบอร์ 8, 10, 12, 14, 17, 19 มม.)
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คุณใช้ประแจอยู่เพียงไม่กี่เบอร์อย่างแน่นอน คุณอาจเลือกซื้อประแจตามเบอร์ที่ต้องการ ซึ่งในกรณีนี้ประแจแหวนข้างปากตาย คือประแจแบบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ เพราะคุณจะได้ประแจที่มีเบอร์เดียวกันที่ด้านหนึ่งเป็นประแจปากตายสำหรับการขันเร็ว อีกด้านเป็นประแจแหวนสำหรับการขันแน่น
นอกจากนี้ ถ้าหากคุณต้องการความสะดวก ประแจก๊อกแก๊ก และ ด้ามฟรีไร้สาย อาจเป็นคำตอบ โดยส่วนที่เป็นแหวนจะมีกลไกฟรี (Ratchet) อยู่ด้านใน ทำให้เราสามารถขันน็อตได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องยกประแจออกจากหัวน็อต ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นมากโดยเฉพาะในจุดที่ขยับมือได้ลำบาก
7. ไขควงวัดไฟ
ไขควงวัดไฟ คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตราคาหลักสิบหลักร้อยที่ทุกบ้าน ต้องมี เพื่อใช้ไขควงวัดไฟฟ้าในจุดที่เราจะเข้าไปทำงาน เพื่อตรวจสอบว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่หรือไม่
โดยไขควงวัดไฟมีทั้งแบบธรรมดาที่ต้องใช้นิ้วแตะก้นไขควงเพื่อให้ไฟติด และแบบดิจิทัลหรือแบบไม่ต้องสัมผัส (Non-contact Voltage Tester) ที่เพียงแค่นำไปจ่อใกล้ ๆ สายไฟก็จะมีเสียงเตือน ซึ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่แบบหลังนี้จะปลอดภัยกว่ามาก เพราะไม่ต้องเสี่ยงนำโลหะไปแตะกับจุดที่มีไฟโดยตรง
ไขควงวัดไฟฟ้า รุ่น ETP90 SUMO
8. แว่นตานิรภัย
งานช่างแทบทุกชนิดมีความเสี่ยงต่อดวงตา ทั้งเศษฝุ่นจากการเจาะปูน เศษไม้จากการเลื่อย สะเก็ดเหล็ก หรือแม้แต่น้ำยาเคมีกระเด็น แว่นตานิรภัยที่ได้มาตรฐานออกแบบมาให้มีด้านข้างปิดกันเศษวัสดุปลิวเข้าตาโดยออกแบบมาให้ปิดครอบดวงตารอบทิศทาง และเลนส์ทำจากโพลีคาร์บอเนตที่เหนียวและทนทานต่อแรงกระแทกสูง
ทั้งนี้ ควรเลือกแว่นนิรภัยที่สวมใส่สบาย ไม่หลอกตา และมีคุณสมบัติกันฝ้า เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคขณะทำงานในที่ร้อนชื้น การฝึกนิสัยใส่แว่นตาทุกครั้งที่หยิบเครื่องมือช่าง จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว
แว่นตานิรภัย YS-101 สีใส YAMADA
9. ตลับเมตร
วัดสองครั้ง ตัดครั้งเดียว (Measure twice, cut once) คือประโยคอมตะของช่างฝีมือ เพราะความแม่นยำของงานขึ้นอยู่กับเครื่องมือวัดอย่างตลับเมตร
การเลือกซื้อตลับเมตรที่ดี ตลับเมตรควรมีใบวัดที่แข็งแรงยืดออกไปในอากาศได้ไกลโดยไม่หักพับลงมาเพื่อให้เราสามารถวัดระยะคนเดียวได้สะดวก ในขณะที่ตัวเลขบนตลับเมตรต้องอ่านง่าย ชัดเจน และทนทานต่อการขีดข่วน มีขอเกี่ยวที่ปลายสายขยับตัวได้เล็กน้อย (เพื่อชดเชยความหนาของขอเกี่ยวเมื่อวัดในและวัดนอก)
10. กล่องเครื่องมือช่าง
กล่องเครื่องมือช่าง คือตัวช่วยสำหรับการจัดเก็บเครื่องมือช่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือเสียหายจากความชื้น สนิม หรือการกระแทกกันเองระหว่างการจัดเก็บ
กล่องเครื่องมือที่ดีควรทำจากพลาสติกเกรดแข็งที่ทนทานหรือทำจากเหล็ก โดยมีช่องแบ่งสัดส่วนชัดเจนสำหรับใส่น็อต สกรู และอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ หากคุณมีเครื่องมือไฟฟ้าหลายชิ้น อาจพิจารณาระบบกล่องเครื่องมือแบบซ้อนทับและล็อกเข้าหากันได้ซึ่งช่วยให้การขนย้ายเครื่องมือไปยังจุดต่าง ๆ ของบ้านทำได้สะดวกในรอบเดียว
กล่องเครื่องมือช่าง พลาสติก ขนาด 19 นิ้ว รุ่น 2019 SUMO
การมีเครื่องมือช่าง 10 ชนิด นี้ติดบ้านไว้ จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาซ่อมแซมเร่งด่วนได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลารอช่าง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคือต้องเน้นที่คุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก เลือกแบรนด์ที่มีมาตรฐาน มีการรับประกัน และมีบริการหลังการขายที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือจะพร้อมใช้งานเสมอเมื่อเกิดเหตุจำเป็น
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือช่างคุณภาพดีที่คุ้มค่าคุ้มราคา แบรนด์ SUMO เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งงานช่างระดับมืออาชีพและงาน DIY ด้วยความแข็งแรง ทนทาน และมีสินค้าครอบคลุมทุกหมวดหมู่ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้า SUMO ของแท้ในราคาพิเศษได้ที่เว็บไซต์ SGB.CO.TH














